สถิติผู้เข้าชมตั้งแต่ 6 ม.ค.2554



 29 

ท้องถิ่น: อบต.บางกล่ำ
ตัวอย่างคำสั่งเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ข้าราชการท้องถิ่น "ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างเตรียมเฮ และแนวทางปฏิบัติหลังปรับเงิน 5 %" นำข่าวมาเล่าต่อ


ไขข้อข้องใจเงินเพิ่ม 5 % และเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ตอนที่ ๓
"ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างเตรียมเฮ และแนวทางปฏิบัติหลังปรับเงิน 5 %"


(ดูตัวอย่างคำสั่งการปรับเงินตามคุณวุฒิ คลิกที่นี่ )

 

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาทุกทีแล้วละครับ ผมเข้าใจว่าส่วนใหญ่พวกเราคงตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วว่า จะเลือก ส.ส.เขตเบอร์ไหน เลือกปาตี้ลิสพรรคใด หรือบางคนวางแผนไม่เลือกใคร ก็เป็นไปตามระบบที่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรับได้กับ ระบบประชาธิปไตย (เมืองไทย) ที่ไม่เหมือนประเทศใดในโลก และไม่มีที่ไหนเหมือนครับ อดีต เราให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ก็กล่าวหาว่า ไม่เป็นกลาง ใช้กลไกรัฐแทรกแซงเจ้าหน้าที่ ทำให้พรรครักษาการรัฐบาลได้เปรียบ จึงเกิด กกต.หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ในเริ่มแรก คนไทยรู้สึกดีใจที่มี ๕ เสือ กกต. เอาจริงเอาจังกับการทุจริตการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไปปี ๒๕๔๔ ที่มีผู้สมัคร ส.ส.โดนใบแดงไปทั่วปฐพีผืนแผ่นดินไทย แต่หลังจากวันนั้นถึงวันนี้ กกต.ก็ทำให้คนไทยผิดหวัง ไม่เพียงแต่ไม่มีใบแดงเท่านั้น ใบเหลืองก็แทบจะไม่เห็นออกจากกกต. ซึ่งค้านกับสายตาประชาชนที่มองว่า การเลือกตั้งไม่ว่าระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น มีการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม และวันนี้ ผมก็เชื่อว่า หลายพื้นที่คงเห็นด้วยตาของพวกเราแล้วว่า "เงิน" ซื้อได้ทุกอย่างจริง หลายคนถึงกับบอกว่า หาก กกต.เป็นเพียงเสือกระดาษแบบปัจจุบัน สู้ไม่มีเสียดีกว่า เปลื่องงบประมาณแผ่นดินเปล่า ๆ เพราะประชาชนหวังว่า กกต.จะกล้าที่จะจับนักการเมืองโกงไม่ว่าระดับใด เพราะเมื่อคนที่กล้าเสนอตัวเป็น กกต.แล้ว พวกท่านต้องรู้แล้วว่า พวกท่านจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และพวกท่านต้องกล้าที่จะสละทุกอย่างโดยเฉพาะชีวิตที่เหลือไม่กี่ปีของ ๕ เสือกกต. ควรใช้ชีวิตในบั้นปลายสละเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานไว้ว่า "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" จึงเป็นเสมือนหน้าที่หลักของ กกต.นั่นเอง หาก กกต.ไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ไม่สมควรมี กกต.อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ กกต.ไม่สามารถยืนด้วยขาของตนเองได้อยู่แล้ว ต้องอาศัยส่วนราชการอื่น ๆ ไม่ว่า ทหาร ตำรวจ พลเรือน และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ต่างอะไรกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในอดีต แต่ที่ต่างกันก็คือ กรมการปกครอง ในอดีต ไม่ได้ใช้งบประมาณสิ้นเปลืองมหาศาลเหมือนดังเช่น "กกต." ในปัจจุบัน

          วันนี้ ขอกล่าวถึงเงินเพิ่มร้อยละ ๕ หรือ ๕ % ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ อีกครั้งหนึ่ง สำหรับพนักงานจ้างและลูกจ้างประจำครับ ครั้งก่อนในตอนที่ ๒ ผมได้นำหนังสือของกระทรวงการคลัง มาเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เงินร้อยละ ๕ สำหรับข้าราชการ บุคลากรภาครัฐ ทุกระดับ โดยกระทรวงการคลังได้แจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามมติครม.ดังกล่าว ซึ่งลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ ของส่วนราชการในสังกัดราชการส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาคได้รับค่าจ้าง-ค่าตอบแทนเพิ่มไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ครั้งแรก ที่ผมได้สอบถามไปยัง ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ท่านแจ้งว่า ครม.ไม่ได้มีมติครอบคลุมถึง แต่เมื่อมีลูกจ้างประจำได้ทักท้วงและส่งหนังสือมาให้ตรวจสอบนั้น เมื่อผมได้นำเสนอไปแล้วครั้งก่อน ปรากฎว่า มีความเคลื่อนไหวของสำนักพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ไปในทิศทางที่ดีขึ้นครับ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผอ.ชนินทร์ ราชมณี ผอ.ส่วนประสานการถ่ายโอนฯ ได้มาชี้แจงต่อที่ประชุม เพชรเครือข่าย (ผู้ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรวินัยและได้รับคัดเลือกเข้าร่วมประชุมที่กรมส่งเสริมฯ) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการยกร่างประกาศ คาดว่าจะสามารถนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ก.กลางในปลายเดือนมิถุนายนนี้ และเมื่อวานนี้ (๗ มิ.ย.) ผมได้ต่อสายเรียนสอบถาม ผอ.ศิริวัฒน์ฯอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านแจ้งว่า หนังสือเรื่องดังกล่าวไม่ได้เข้ามายังท่าน แต่ไปยังผู้ที่รับผิดชอบคือ ผอ.สมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ผอ.ส่วนส่งเสริมกิจการการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และปัจจุบันกำลังดำเนินการยกร่างประกาศและจัดทำตารางอยู่ โดยท่านแจ้งว่า เนื่องจาก พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่เหมือนกับ ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค ดังนั้น อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งท่านก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอ ก.กลางทันภายในเดือนมิถุนายนนี้หรือไม่ แต่ท่านแจ้งว่า ยังไงก็จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ อย่างแน่นอน ครับ ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง ทุกท่านก็สบายใจได้แล้วนะครับว่า เรื่องนี้ กรมส่งเสริมฯรับทราบปัญหาและได้เร่งดำเนินการให้แล้ว แต่อย่างที่เราเห็นว่า ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างของท้องถิ่นนั้น มีความหลากหลายกว่าของพลเรือน ดังนั้น จึงต้องรอบคอบพอสมควร เพื่อมิให้เกิดกรณี "สุกเอา เผากิน" เหมือนดังกรณี เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ที่กำลังเกิดปัญหาสลับซับซ้อนตามมาอีกหลายประเด็น อันเนื่องจากความเร่งรีบ นำตารางของข้าราชการพลเรือนมาใช้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งดุ้น ไม่มีการปรับให้เหมาะสมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงทำให้เกิดปัญหาดังที่หลายคนประสบอยู่
          เรื่อง เงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒินั้น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในระดับที่มองว่า ตัวเองไม่ได้รับอานิสงค์จากเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่มีเงินเดือนสูง ตั้งแต่ ๑๘,๐๐๐ บาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ๖ - ๗ - ๘ - ๙ ดังนั้น พวกเราจึงไม่ค่อยเห็น ปลัดอบต./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบจ. ดื้นรนหรือเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องนี้ มีเพียงกลุ่มน้อง ๆ ที่มีเงินเดือนระดับ ๑๖,๐๐๐ บาทลงมาเท่านั้น ที่กำลังรวมตัวกันเพื่อยื่นฟ้องศาลปกครอง โดยมี ชมรมนิติกรอปท.แห่งประเทศไทย เป็นแกนหลัก ประเด็นที่กลุ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่นมองว่า ไม่เป็นธรรมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็คือ กรณีที่ข้าราชการพลเรือนถือว่าเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ มีการปรับให้เป็นเงินเดือนด้วย แต่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเพียงเงินเพิ่มโดยไม่ถือเป็นเงินเดือน ซ้ำร้าย ใครที่ได้รับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิมากขึ้นเท่าใด ก็จะส่งผลให้ลดเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราวลงไปด้วย สุดท้ายก็เหมือนกับได้เงินเท่าเดิม (ส่วนใหญ่) ซึ่งหลายท่านก็มองว่า แล้วคนที่มีเงินเดือนเกิน ๑๑,๗๐๐ บาท นั้น ทำไมถึงได้เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ แต่สำหรับคนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า ๑๑,๗๐๐ บาท พอบวกเข้ากับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิแทนที่จะได้เงินเพิ่มขึ้น แต่กลับได้เท่าเดิม เพราะไปลดเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราว นั่นเอง ประเด็นนี้ หลายคนที่มีเงินเดือนสูงอาจมองไม่เห็นว่า จริง ๆ แล้วตนเองก็ได้รับผลกระทบด้วย เพราะหากมีการนำเงินเพิ่มตามคุณวุฒิไปปรับฐานเงินเดือน ให้คนที่บรรจุเข้ารับราชการแรกเริ่มให้ได้เงินเท่ากับข้าราชการพลเรือนนั้น ก็จะทำให้ฐานเงินเดือนที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันมีการขยับฐาน อันจะส่งผลให้ช่องระหว่างขั้นเงินเดือนขยายกว้างไปด้วย ทำให้คนที่มีเงินเดือนสูงได้รับอานิสงค์ไปด้วย นั่นก็คือ ช่องอัตราเงินระหว่างขั้นจะมีการขยายกว้างทำให้วงเงินในแต่ละขั้นเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้น การที่ชมรมนิติกรอปท.แห่งประเทศไทย รับเป็นแกนในการดำเนินการในเรื่องนี้ จึงควรได้รับแรงสนับสนุนจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภท ทุกระดับ ทุกตำแหน่ง ทั่วประเทศครับ แม้จะมีเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกน้อยใจจาก ผอ.ชนินทร์ ราชมณี ในการมาชี้แจงต่อผู้เข้าประชุม "เพชรเครือข่าย" เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ว่า "พวกคุณจะฟ้องผมหรือ" แต่อย่างไร ผมคิดว่าพวกเราควรให้การสนับสนุนเรื่องนี้ครับ เพราะเราไม่ได้ฟ้องตัวบุคคล แต่เราฟ้องคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ไม่ได้ฟ้องเอาผิด แต่ฟ้องเพื่อใช้กลไกทางศาลให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่หลายเรื่องด้อยกว่า ข้าราชการพลเรือน ซึ่งยังไม่นับรวม ข้าราชการครู ที่นอกจากได้รับเงินเพิ่มร้อยละ ๕ เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ เงินวิชาชีพครู และยังได้รับเงินเพิ่มอีก ๘ % รวมเป็น ๑๓ % ข้ออ้างของหลาย ๆ ฝ่ายที่ว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสวัสดิการดีกว่า ข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการประเภทอื่น โดยยกกรณี การได้เงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือที่เราเรียกกันว่า "โบนัส" มากกว่าข้าราชการประเภทอื่นนั้น เป็นคนละเรื่อง เป็นคนละประเด็น และเป็นเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างยิ่งครับ เพราะหากให้ความเป็นธรรมกันจริง ๆ ข้าราชการส่วนกลางและข้าราชการส่วนภูมิภาคนั้น ได้รับเงินก้อนมากกว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายเท่าครับ แต่เงินก้อนใหญ่นั้น ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็คงรู้ว่าไปตกอยู่กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หมด หากเทียบว่า ปลัดอบต./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบจ./ปลัดเมืองพัทยา คือ ปลัดกระทรวง เพราะอปท.เป็นทบวงการเมือง แล้ว เมื่อเทียบเงินโบนัสของ ปลัดอปท.เหล่านี้กับ ปลัดกระทรวง เทียบกันไม่ได้เลยครับ ปลัดอปท.อาจได้รับเงิน ๑ - ๒ แสนบาท (อยู่ที่เงินเดือน) ผมเชื่อว่า ปลัดกระทรวงน่าจะได้รับไม่ต่ำกว่านี้อย่างแน่นอนครับ และหากเทียบผอ.สำนัก/ผอ.ส่วน/หัวหน้าส่วน ของท้องถิ่น เท่ากับ อธิบดีกรม หัวหน้าส่วนราชการของอปท.ได้รับเงินโบนัสเทียบไม่ได้กับอธิบดีอย่างแน่นอนครับ ดังนั้น การที่ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับเงินโบนัสมากกว่า ข้าราชการส่วนกลางหรือภูมิภาคนั้น จึงไม่จริงครับ

          สำหรับปัญหาในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงินเพิ่มตามคุณวุฒิที่ประกาศใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น ยังคงมีปัญหาจุกจิกตามมาอยู่หลายประการครับ มีน้อง ๆ หลายสิบคนเมล์สอบถามมาบ้าง โทรมาสอบถามบ้าง บางเรื่องผมก็ตอบได้ บางเรื่องก็ตอบไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมก็รู้เท่า ๆ กันพวกเรานั่นแหละครับ เพียงแต่ขอให้พวกเราอ่านหลักเกณฑ์นี้ร่วมกัน และทำความเข้าใจกับมัน ก็จะมองเห็นทางออกครับ หลายคนไม่อ่านไม่ศึกษา ก็จะถามตรง ๆ (เพราะชี้เกียจอ่าน) ก็ต้องขอตอบตรง ๆ ว่า ผมไม่ตอบให้นะครับ เพราะพวกเราต้องเข้าใจว่า ผมก็เป็นปลัดอบต.เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นฝ่ายเลขานุการก.กลาง ไม่ได้เป็นกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ไม่ได้ออกหลักเกณฑ์เหล่านี้ จึงมีภูมิความรู้พอ ๆ กับพวกเรานั่นแหละครับ ไม่ได้เก่งกาจรู้ไปทุกเรื่องอย่างที่หลายคนพยายามยัดเยียดตำแหน่งนี้ให้ผมครับ ดังนั้น ขออภัยน้อง ๆ ที่สอบถามมา และไม่ได้ตอบกลับไป เรื่องการบริหารงานบุคคลนั้น ท่านเมล์สอบถามโดยตรงที่กรมส่งเสริม หรือโทรสอบถามโดยตรงที่ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ โทร. ๐๘๑-๙๓๘๒๖๑๗ หรือ ผอ.สมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ โทร. ๐๘๙-๙๖๙๒๕๒๘ หรือ ผอ.ชนินทร์ ราชมณี โทร. ๐๘๑-๑๗๔๓๗๘๕ แต่ต้องดูจังหวะช่วงเวลาด้วยว่า ท่านจะว่างตอบหรือไม่ เช่น ควรโทรไปช่วงก่อน ๐๘.๓๐ น. หรือโทร.ช่วง ๑๒.๓๐ - ๑๓.๐๐ น. หรือ โทร.ช่วงหลัง ๑๗.๐๐ น. แต่ก่อน ๓ ทุ่ม เป็นต้น หรือไม่อยากรบกวนท่านผอ.เหล่านั้น ก็ลองเมล์สอบถามทีมงานกลุ่มเพื่อนฯที่พร้อมตอบเรื่องเหล่านี้ ที่ ป.วรพจน์ เข็มปัญญา ปลัดอบต.บ้านกลาง จ.นครพนม กรรมการและวิชาการ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น ที่ worapot2511@hotmail.com ท่านพร้อมอนุเคราะห์ช่วยเหลือครับ สำหรับผมขอให้พวกเราช่วยเก็บไว้ช่วยเหลืออย่างอื่นบ้างนะครับ เพราะบางทีเมล์สอบถามยังผม ผมไม่ตอบก็รู้สึกไม่ดีครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น มันต้องใช้เวลาค้นครับ ผมจึงไม่มีเวลามากนักนะครับ ไม่เหมือนคนที่ทำเรื่องนี้โดยตรง โดยเฉพาะสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดฝ่ายบริหารงานบุคคล ในจังหวัดของท่านนั่นแหละครับ จะให้คำตอบกับพวกเราได้เป็นอย่างดี ยกเว้นว่า ความเห็นไม่ตรงกัน ก็ค่อยว่ากันอีกที
         ประเด็นปัญหาด้านการเบิกเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ หลังจากที่เราได้ปรับเงินเดือนตามตารางใหม่ (เงินปรับร้อยละ ๕) แล้วเงินเดือนไม่ตรงกับช่วงไหนของตารางเงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒินั้น ประเด็นนี้ ฝ่ายเลขานุการ ก.กลาง รับทราบแล้ว โดย ผอ.ศิริวัฒน์ฯ แจ้งให้ทราบว่า อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุง และจะแจ้งแนวทางปฏิบัติให้พวกเราทราบโดยเร็วต่อไป ในเรื่องเดียวกันนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณวิษณุ ผู้ช่วยท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่รับผิดชอบงานบุคคลของท้องถิ่น แจ้งให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติว่า การปรับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ให้ออกคำสั่งให้ปรับเพิ่มครั้งที่ ๑ ก่อน คือ คำสั่งตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ส่วนคำสั่งครั้งที่ ๒ คือวันที่ ๑ เมษายน - ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ให้ชลอไว้ก่อนจนกว่า ก.กลางจะแจ้งแนวทางปฏิบัติมาให้ทราบ (
ดูตัวอย่างคำสั่งการปรับเงินตามคุณวุฒิ คลิกที่นี่ ) ดังนั้น ประเด็นนี้ จึงขอให้พวกเราใจเย็นไว้ก่อนครับ เพราะฝ่ายเลขานุการ ก.กลาง กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขให้อยู่ครับ

          ครับ ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเงินเพิ่มร้อยละ ๕ ของลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างก็ดี หรือเงินเพิ่มตามคุณวุฒิก็ดี หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ยังคงแก้ไขไม่ได้ เช่น การย้ายสับเปลี่ยนระหว่างพนักงานเทศบาลกับพนักงานส่วนตำบลก็ดี ที่ย้ายสับเปลี่ยนกันไม่ได้ ต้องรอให้ตำแหน่งว่างก่อน ทั้งที่รัฐธรรมนูญให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามารถโยกย้ายสับเปลี่ยนไปมากันได้ แต่กติกากลับไม่มีการแก้ไข แต่ดันไม่แก้ไขในเรื่องที่ไม่ควรแก้ไขเหมือนกรณีการออกหลักเกณฑ์การย้ายกรณีขัดแย้ง เสมือนลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งเพิ่มปัญหา ประเด็นนี้เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ ปัจจุบันก็หาทางออกไม่ได้คงปล่อยให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องดิ้นรนหาทางออกกันเอง หรือประเด็นใหญ่ที่สุดคือ การอ้างอิงของก.กลางทีอธิบายต่อพวกเราว่า ก.กลางไม่มีอำนาจปรับฐานเงินเดือน การปรับเงินตามคุณวุฒิจึงต้องเป็นเงินเพิ่มที่ไม่ใช่เงินเดือนเพื่อให้ได้ตามข้าราชการพลเรือนไปก่อน แต่จะนำไปผนวกเป็นเงินเดือนนั้น ยังทำไม่ได้ต้องรอให้มี ก.ถ.ก่อน หลายคนก็สงสัยว่า ทำไมถึงไม่มี ก.ถ. ก็อยากอธิบายให้คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจังทราบว่า คำว่า ไม่มี ก.ถ.นั้น หมายถึง องค์ประกอบของ ก.ถ.ไม่ครบ ปัจจุบัน ก.ถ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น มีมาตั้งนานแล้ว สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการฯเท่าที่ทราบก็มีมา ๒ ชุดแล้ว แต่ชุดที่ ๓ นั้นเกิดปัญหาในเรื่องการคัดเลือกประธาน ก.ถ. ที่ให้กรรมการ ๓ ฝ่าย คือ กรรมการฝ่ายข้าราชการประจำ กรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอชื่อคัดเลือกตัวประธาน ก.ถ. ซึ่งต้องไม่ใช่มาจากกรรมการทั้ง ๓ ฝ่ายข้างต้น เท่าที่ทราบ ฝ่ายการเมืองไม่ปลื้ม ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธาน ก.ถ. จึงมีการชลอไม่เสนอต่อ ครม.ยืดเยื้อมานานกว่า ๒ ปีแล้ว ก็ยังไม่มีการเสนอให้ ครม.แต่งตั้ง ดังนั้น เมื่อองค์ประกอบ คณะกรรมการฯไม่ครบ ก.ถ.จึงไม่สามารถประชุมได้ ดังนั้น คำว่า ไม่มี ก.ถ. จึงเป็นเช่นนี้ เพียงแต่ที่แปลกใจสำหรับหลาย ๆ คนที่ติดตามเรื่องนี้ก็คือ ทำไมตัวแทนฝ่ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้ง ปลัดอบจ./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบต. ที่เป็น ก.กลางนั้น ถึงไม่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และไม่แจ้งแถลงให้พวกเราได้รับทราบเรื่องนี้ แต่เรื่องมาแดงขึ้นเพราะ ก.กลาง มีความเห็นกรณีการที่ ก.อบต.และก.ท.ขอกำหนดเงินประจำตำแหน่งของหัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกฎหมายของ ก.กลาง อ้างว่า อำนาจการกำหนดเงินประจำตำแหน่งเป็นอำนาจของ ก.ถ. ไม่ใช่อำนาจของ ก.กลาง และขณะนี้ไม่มี ก.ถ. จึงไม่สามารถกำหนดเงินประจำตำแหน่งขึ้น ซึ่งข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการก็ไม่ได้เดือดร้อนในประเด็นนี้ จึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร แต่หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนการคลัง และส่วนโยธา มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ถูกมองว่า "ทำเพื่อตนเอง" แต่พอเกิดประเด็นเงินเพิ่มตามคุณวุฒิขึ้นมา ฝ่ายกฎหมาย ก.กลางก็ยังคงอ้างอีกว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ ก.ถ. ก.กลางไม่มีอำนาจ เมื่อไม่มี ก.ถ. จึงปรับฐานเงินเดือนไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิของข้าราชการระดับชั้นผู้น้อยในวงกว้าง ดังนั้น การเคลื่อนไหวในเรื่องหลังจึงเป็นการเคลื่อนไหวของข้าราชการส่วนท้องถิ่นชั้นผู้น้อยที่ไม่ใช่ระดับหัวหน้าส่วนราชการ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า จริงหรือที่ฝ่ายกฎหมายของก.กลางอ้างว่า เป็นอำนาจของ ก.ถ. หากเป็นอำนาจของ ก.ถ.จริง แล้วทำไมกรณี การปรับเงินเดือนตามมติครม.เมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ทำไมก.กลางมีมติให้ไปใช้บัญชีเดียวกันกับ ก.พ. ทั้งที่เรื่องนี้ก็เป็นการปรับฐานเงินเดือนเช่นเดียวกัน และเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ก็เป็นมติครม.เช่นเดียวกันมิใช่หรือ หรือไม่ใช่มติครม. ทำไมเรื่องร้อยละ ๕ ทำได้ แต่เงินเพิ่มตามคุณวุฒิทำไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดมากครับ
          ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพยายามอธิบายนี้ ก็เพื่อสะท้อนให้พวกเราได้เข้าใจว่า เรื่องทั้งหมดที่มันติดขัดอยู่นี้ เป็นเพราะองค์กรที่รับผิดชอบเรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่เป็นเอกภาพ ไม่เป็นเอกเทศ เฉกเช่นเดียวกันกับ ระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนที่มีสำนักงานข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. รับผิดชอบ มีเลขาธิการ ก.พ.ขึ้นตรงกับ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ หรือ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็มี ก.ค.ศ. ที่รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้โดยตรง แต่พอมองย้อนมาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น มีสองหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ๆ คือ สำนักงานพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น มีสถานะเป็นเพียงส่วนราชการภายในของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องหัวหน้าสำนักฯ จะทำอะไรต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นก่อนเสมอ กล่าวคือ ผ่านรองอธิบดีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ผ่านอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ผ่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทยกลุ่มงานท้องถิ่น ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วจึงจะขึ้นไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอีกหนึ่งหน่วยงานคือ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหัวหน้าสำนักงานฯ ก็เทียบเท่าหัวหน้าสำนักฯ เช่นเดียวกัน ดังนั้น สายงานการบังคับบัญชาก็คล้ายคลึงกัน กว่าเรื่องจะผ่านในแต่ละขั้นแต่ละตอนก็ต้องใช้เวลา ไม่เหมือน ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. หรือ ก.อื่น ๆ ที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการโดยตรง ฉะนั้น ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นกว่าจะถึงรัฐมนนตรีเจ้ากระทรวง พวกเราจึงออกแรงกันเยอะกว่า ข้าราชการประเภทอื่น ทางแก้ไขที่ต้องช่วยกันทุกฝ่ายก็คือ การผลักดันให้เกิดสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยเร็วที่สุด นั่นก็คือ การผลักดัน ให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เข้าสู่สภาฯ และตราออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ จึงเป็นหนทางที่แก้ไขได้อย่างถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อทุกกลุ่มทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือข้าราชการในระดับใด ๆ รวมทั้งฝ่ายบริหารของอปท.ด้วยที่ต้องการให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายที่มีสภาพทรุดโทรมอยู่ในปัจจุบัน.

          สุดท้าย ในฐานะนายกสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น ก็ขอเชิญชวนสมาชิกสมาคมฯและเพื่อน ๆ ทุกท่านให้เกียรติร่วมพิธีเปิดอาคารสำนักงานสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เลขที่ ๑๐๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๓๐ น. โดยสมาคมฯได้รับเกียรติจาก คุณชัยสิทธิ์ อาศิระวิชัย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด (รายละเอียดคลิกที่นี่) และสำหรับท่านที่มีความประสงค์ต้องการเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... ซึ่งยังคงเหลือผู้เข้าชื่ออีกประมาณ ๕๐๐ ราย จะครบ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ก็ยังคงเสนอได้ครับ เมื่อรัฐสภาเปิดเมื่อไหร่และมีรายชื่อครบ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ สมาคมฯก็จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยทันทีครับ (รายละเอียดเรื่องเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.คลิกที่นี่) สำหรับวันนี้ ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.

 

 

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น



facebook: http://www.facebook.com/phiphatw
e-mail: phiphatw@hotmail.com

๘ มิถุนายน  ๒๕๕๔

 

 

ดาวน์โหลดเอกสารบทความนี้ เป็นไฟล์ PDF คลิกที่นี่

 


โดย: อบต.บางกล่ำ
วันที่ 10/6/54

ข่าวล่าสุดภายในอปท.
ข่าวรับสมัครงาน: ประกาศคณะกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกพนักงานเทศบาล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร เรื่อง ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่และระเบียบวิธีการสอบคัดเลือกพนักงานเทศบาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารของเทศบาลเมืองม่วงงาม ขึ้นใหม่ (ดู:158)(วันที่:2/9/57)
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้างสะพานบริเวณตลาดริมน้ำคลองแดน หมู่ที่ 2 ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด (ดู:146)(วันที่:2/9/57)
ข่าวประชาสัมพันธ์: กีฬาชุมชนสัมพันธ์ 2557 (ดู:143)(วันที่:2/9/57)
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประกาศเทศบาลตำบลโคกม่วง เรื่อง ขอเชิญประชาชนที่สนใจเข้าร่วมในการตรวจรับงานจ้าง โครงการก่อสร้างอาคารศิลปวัฒนธรรม (พรุล้อมช้าง ) อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 3 ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา (ดู:136)(วันที่:2/9/57)
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง: ประกาศเทศบาลตำบลคูเต่า เรื่อง สอบราคาจ้างซ่อมแซมห้องน้ำสาธารณะบริเวณหาดแหลมโพธิ์ หมู่ 3 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (ดู:136)(วันที่:2/9/57)